Categories
หวยหุ้น

ลงทุนซื้อหุ้น ความปลอดภัยต้องมาก่อน

ลงทุนซื้อหุ้น เป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ที่ต้องอาศัยจังหวะจะโคน ในการเข้าลงทุน การได้กำไรหรือขาดทุนนั้น ขึ้นอยู่กับ จังหวะในการเข้าเป็นหลักสำคัญอย่างหนึ่ง ที่จะละเลยไม่ได้เด็ดขาด

นักลงทุนหลายๆคน ที่ผ่านการฝึกฝน ผ่านการเรียนรู้ มามากต่อมาก แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ก็ด้วยการเข้าลงทุน แบบรีบร้อนจนเกินไป กลัวไม่ได้หุ้น หรือกลัวตกรถ

สิ่งหนึ่งที่จะบ่งบอก ถึงความ แพ้หรือชนะ คือ จังหวะในการเข้า จังหวะในการลงทุน จะต้องใจเย็น สุขุม รอบคอบ มองให้รอบด้าน ครบทุกด้าน แล้วจึงลงมือ อย่าปุ่มบ่าม อย่ากลัวไม่ได้หุ้น ใจเย็นๆ อย่าตื่นกระหายอยากลงทุน

การเร่งรีบเข้าซื้อหุ้น แล้วติดหุ้น (หมายถึงซื้อแล้วหุ้นราคาตก) จะทำให้ตกอยู่ในสภาพ ที่เหมือนโดนกักขัง ขยับตัวลำบาก หากไม่อยากตกอยู่สภาพนี้ ต้องฝึกให้ใจเย็น กับการเข้าลงทุน

ลงทุนซื้อหุ้น อย่างใจเย็น และสุขุม รอบคอบ ค่อยๆ ทยอยซื้อ เมื่อมั่นใจ จะเป็นความสุขอย่างยิ่ง เพราะหุ้นที่เราทยอยซื้อ มันค่อยๆ ไต่ขึ้นตามการคาดหมายของเรา การวางแผนเข้า จึงสำคัญมากกว่าการออก ดังนั้น กลยุทธ์ในการเข้า จะต้องชัดเจน และทำอย่างมีวินัย

เมื่อผ่านการวิเคราะห์ จนมั่นใจแล้วว่า “ใช่แน่” การวางแผนในการเข้า จะต้องทำอย่างมีหลักเกณฑ์ หลักในการเข้า ผมสรุปไว้ ดังนี้

  1. ราคาหุ้นอยู่ในโซน 1 (PBV ต่ำกว่า 1) โดยเลือกธุรกิจที่มั่นคง และ เติบโตต่อเนื่อง จากการขยายการลงทุนใหม่ ที่จะมาเสริมรายได้ และกำไรสุทธิต่อหุ้น ให้เติบโตไปอย่างก้าวกระโดด และมั่นคงอย่างต่อเนื่อง
  2. ราคาหุ้นต่ำกว่าอดีต วอลุ่มเบาบาง (ปริมาณซื้อขายน้อย) ทุกอย่าง ดูวังเวง ไร้สีสัน เป้าหมายคือ ราคาหุ้น ควรอยู่ที่พื้นดิน เพื่อไปขายบนยอดดอย
  3. ต้องรู้อนาคตให้ได้ว่า รายได้และผลกำไรสุทธิของกิจการ จะสูงสุดในช่วงไหน จากสาเหตุอะไร โดยเราจะต้องวางแผนเข้าซื้อ อย่างใจเย็น เพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย คือ ความสำเร็จ ของผลประกอบการ ที่แสดงถึงรายได้และกำไรสุทธิต่อหุ้น ที่มากกว่าเดิม ถ้าราคาหุ้น เป็นไปตามข้อ 1 และ ข้อ 2 ต้องจัดหนัก แต่ถ้าราคาหุ้น ไมอยู่ในเกณฑ์ดังกล่าว ก็ควรเลี่ยง หรือลงทุนแต่น้อย
  4. ตรวจสอบกราฟของราคาตลาดโดยรวม อยู่ในช่วง “กระทิง” หรือ “ช่วงหมี” เพื่อตรวจสอบทิศทางลม ของภาพใหญ่ในตลาด ถ้าตลาดดีมากๆ ก็ควรระมัดระวังว่า ราคาหุ้นที่เราสนใจ อาจจะแพงไป ถ้าตลาดแย่ นั้นคือ จังหวะในการเข้า แต่ต้องตรวจสอบ ควบคู่กับข้อ 1. และข้อ 2.
  5. ถ้าไม่เข้าเกณฑ์ดังกล่าว ตามที่กล่าวมา จากข้อ 1 ถึงข้อ 4 ก็ไม่ควรลงทุน และควรเฝ้ารอโอกาสในคราวหน้า แม้จะต้องรออีกหลายเดือน หรือหลายปีก็ตาม ดีกว่าไปติดหุ้น แบบแกะไม่ออก ถ้าไม่มีหุ้นที่เข้าเกณฑ์ ก็ไม่ลงทุน แต่จะเตรียมโพยหุ้นลงทุน ไว้เพื่อรอจังหวะ และโอกาสวิ่งเข้ามาชน

หลักการดังกล่าว อาจจะดูง่าย แต่ทำยาก จะต้องอดทน และมีจิตใจที่มั่นคง อย่าโลภ อยากได้ หรืออยากลงทุน จนเสียหลักการลงทุนที่ถูกต้อง และแน่นอน

ลงทุนซื้อหุ้น ให้เน้นเรื่องความปลอดภัย ของเงินที่ลงทุน ไปมากกว่าที่จะเน้นเรื่อง การทำกำไรจากการลงทุนในหุ้น โดยเลือกหลักการลงทุนกับหุ้น ให้ถูกตัว ถูกจังหวะ และถูกเวลา พึงระลึกไว้ว่า ความปลอดภัยของเงินลงทุนที่ลงทุนไป จะต้องมาก่อนเหนือสิ่งอื่นใด

Categories
หวยหุ้น

หวยหุ้น

ถ้าพูดคำว่า “หวยหุ้น” ตามความเข้าใจของชาวบ้าน หมายถึง การแทงหวยใต้ดิน เลขท้ายสองตัว โดยนำตัวเลขหลัง กุดทศนิยมของ ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ เป็นตัวหวย แต่ “หวยหุ้น” สำหรับชาวหุ้น หมายถึง โพยหุ้นรายตัว ที่นำไปซื้อขาย เก็งกำไรกัน

หวยหุ้น เคยฮิตกันพักใหญ่ ช่วงประมาณปี 2530 สมัยที่ยังซื้อขาย ด้วยระบบเคาะกระดาน ลักษณะของหวยหุ้น คือ การออกโดยบอกใบ้ว่า ในแต่ละวัน จะต้องจับตาหุ้นตัวใด หุ้นตัวไหนเด่น หุ้นตัวไหนจะวิ่ง “หวยหุ้น” ออกทุกวันทำการ ของตลาดหลักทรัพย์ แต่ออกในช่วงบ่าย ในรูปแบบที่ เขียนใส่กระดาษ ส่งใส่มือต่อกันมา หรืออาจเขียนใส่ซอง เพื่อเพิ่มความขลัง นักลงทุนบางคน จึงเรียกว่า “หวยหุ้น”

แหล่งต้นตอของ “หวยหุ้น” อยู่แถวหน้ากระดานซื้อขายหุ้น ของตลาดหลักทรัพย์ อาคารสินธร โดยเทรดเดอร์ ที่ประจำอยู่หน้ากระดาน จะเป็นผู้เดินโพย นำหวยหุ้น แจกจ่ายให้ลูกค้าตลาดหุ้นช่วงนั้น เปิดซื้อขายเวลา 09.30 น. และปิดซื้อขายเวลา 11.30 น. โดยโพยหวยหุ้น จะเริ่มถูกส่งเป็นทอด ๆ หลังปิดตลาด ประมาณ 1-2 ชั่วโมง ในโพย จะระบุชื่อย่อหุ้นมา 2-3 ตัว และถือเป็นการบอกใบ้ว่า วันรุ่งขึ้น หุ้น 2-3 ตัวนี้จะโดดเด่น และเป็นหุ้นทีเด็ด โดยราคา จะพุ่งขึ้น เพราะนักลงทุนขาใหญ่ เตรียมเข้ามาลาก

ไม่มีใครรู้ว่า “หวยหุ้น” มีแหล่งที่มา จากนักลงทุนรายใหญ่ ซึ่งต้องการปล่อยข่าว กระตุ้นการเก็งกำไร หรือมีแหล่งที่มาจากแก๊งค์เทรดเดอร์หน้ากระดาน ซึ่งปล่อยข่าว ปั้นราคาหุ้นขึ้นมาเอง แต่ “หวยหุ้น” ที่ออกมา ในช่วงแรก ค่อนข้างจะแม่น เพราะโพยระบุ หุ้นตัวไหน วันรุ่งขึ้น หุ้นตัวนั้นเป็นวิ่งไฟแลบ ปริมาณการซื้อขาย โตผิดหูผิดตา นักลงทุนจำนวนหนึ่ง จึงลงทุน แบบไม่กลับบ้านกลับช่อง โดยตลาดหุ้นปิดซื้อขายแล้ว แต่ยังเฝ้ารอโพยหวยหุ้นกันอยู่ เพราะถ้ารู้ว่า วันรุ่งขึ้น โพยบอกใบ้หุ้นตัวไหนมา จะได้วางแผน เตรียมตัวลุยได้ล่วงหน้า ความคลั่งไคล้ “หวยหุ้น” ทำให้คนบางกลุ่ม ฝันเฟื่อง คิดจะนำ “หวยหุ้น” มาหาเงิน โดยจับ “หวยหุ้น” ใส่ซอง ส่งขายนักลงทุนทั่วประเทศ ลักษณะเดียวกับการ “ใบ้หวย” เลขท้าย 2 ตัวและ 3 ตัว ของบรรดา เจ้าพ่อเจ้าแม่ สำนักต่างๆ ซึ่งเคยใส่ของขายเกลื่อนแผงลอตเตอร์รี่อยู่พักหนึ่ง แต่ก็ไม่มีใครจับ “หวยหุ้น” ใส่ซองออกมาขาย

การเสื่อมความนิยมของ หวยหุ้น

ยุคของ “หวยหุ้น” เกิดขึ้นช่วงสั้น และเพียง 1-2 ปี ก็เริ่มเสื่อมความนิยม เพราะระยะหลัง “หวยหุ้น” ชักจะให้ไม่แม่น และนักลงทุนรายย่อย ที่แห่เล่นหวยหุ้น ต่างเจ็บเนื้อเจ็บตัว ความเสื่อมของ “หวยหุ้น” เกิดจาก คุณสมบัติเฉพาะของตัว หุ้นที่ส่งโพยกันมา โดยเป็นหุ้นตัวเล็กๆ และเก็งกำไรได้เพียงช่วงสั้นๆ แรกเริ่มเก็งกำไร ภายในวันเดียว ระยะต่อมา อายุเก็งกำไร ก็สั้นเหลือเพียง ชั่วโมงเดียว และหดสั้นลง เหลือเก็งกำไรกันได้ ไม่กี่นาทีหลังเปิดตลาด จนสุดท้าย แม้เพียงวันเดียว ก็เล่นไม่ได้แล้ว เพราะตัวหุ้นที่นำไปออก “หวยหุ้น” เปิดปั๊บ ก็ลงปั้บ ทันที

ความจริงแล้ว “หวยหุ้น” เป็นเพียงเครื่องมือปั่นหุ้นประเภทหนึ่งโดยนักลงทุนรายใหญ่ ตั้งตัวเป็นสำนักงาน ฉลากกินแบ่งรัฐบาล ทำหน้าที่ ออกหวยหุ้นรายวัน เพื่อสร้างจิตวิทยามวลชน กระตุ้นให้นักลงทุนรายย่อย แห่เข้ามาเก็งกำไรรายตัว เมื่อรายย่อยแห่เข้ามาเก็งกำไร ราคาหุ้นที่มีโพยใบ้ออกจึงพุ่ง ทำให้นักลงทุน รู้สึกว่า “หวยหุ้น” ออกได้แม่นยำ แต่ในช่วงจังหวะที่ราคาหุ้น ปรับตัวขึ้น เจ้ามือ “หวยหุ้น” ก็ชิงโอกาส ขายทำกำไร เมื่อขาใหญ่ทิ้งหุ้นหมดแล้ว ราคาหุ้น จะเริ่มอ่อนตัวลง และมักเกิดขึ้น ช่วงปลายตลาด

การล่มสลายของ “หวยหุ้น” เกิดขึ้นเพราะ ในระยะหลังๆนักลงทุน เริ่ม “จับทาง” ความเคลื่อนไหวได้ โดยหวยหุ้น จะ “ศึก” ในช่วงเช้า แต่ “เที่ยว” ในช่วงสาย นักลงทุนรายย่อย ที่ตามแห่งเข้าไปเก็งกำไร จึงพยายามช่วงชิงจังหวะขาย เพราะถ้าขายไม่ทันใกล้ปิดตลาด ต้องเตรียมตัวสารภาพบาป ยอมตัดขายขาดทุนทิ้ง

การช่วงชิงจังหวะ ขายทำกำไร จึงทำให้ รอบของ “หวยหุ้น” ยิ่งสั้นลง และสั้นลง จนเล่นกันไม่ได้ เพราะขยับขึ้นเพียงไม่กี่ช่วง ก็ถูก “ทุบ” ลงแล้ว และบางที เปิดตลาดมา ก็ถูกทุบรูดเสียแล้ว เนื่องจากนักลงทุน ที่มีหุ้นอยู่ในมือ จะตั้งคำสั่งขาย รอไว้ล่วงหน้า เพราะเห็นว่า ถ้าจะขายหุ้นที่ตัวเองถือไว้ให้ได้ราคา ต้องขายในวันที่หุ้นของตัวเอง ถูกนำไปออก “หวย” แรงขายจึงทะลัก ตั้งแต่เปิดตลาด เมื่อเจอแรงขายหนักๆ “หวยหุ้น” จึงไปไม่รอด ไม่มีโอกาสโงหัวขึ้น ตั้งแต่เปิดตลาด จึงเก็งกำไรกันไม่ได้ และสุดท้าย ก็ไม่มีใครตามแห่ เพราะเล่นหุ้นตาม “หวย” ทีไร เป็นติดหวย (หุ้น) ซื้อแล้ว ออกไม่ได้ ขายหนีไม่ทันทุกทีไป

แต่กว่าจะรู้ทันเกม “หวยหุ้น” ขาใหญ่ และเทรดเดอร์ ก็หากิน กับการออกโพย “หุ้น” จนหนำใจไปแล้ว “หวยหุ้น” สิ้นสลายไปแล้ว แต่การ “ใบ้หุ้น” ในลักษณะหวยหุ้น ยังมีอยู่ เพียงแต่เปลี่ยนแปลงในรูปแบบของ หุ้นผีบอก หุ้นที่เด็ด หุ้นข่าวลือ และหุ้นอินไซด์ การใบ้หุ้นยุคปัจจุบัน มาในหลายรูปแบบ เช่น นักวิเคราะห์ บางคน อาจสถาปนาตัวเอง เป็นศาสดาของการวิเคราะห์หุ้น มีหุ้นทีเด็ด มาเชียร์ไม่เว้นแต่ละวัน หรือบางคน ตั้งตัวเป็นสำนักหมอดูแม่น ๆ เปิดบริการ เรียกเก็บค่าสมาชิก เพื่อแลกกับหุ้นเจ๋งๆ ซึ่งจะส่งโพยหุ้นผ่าน เครื่องโทรสาร สัญญาณโทรศัพท์มือถือ และอีเมล์ ใบ้ให้เก็งกำไรได้ทั้งวัน ในยุค “หวยหุ้น” รายย่อยเคยยับเยินมาแล้ว แต่ทุกวันนี้ ก็ยังยับเยินกันอยู่ เพราะการตามแห่โกยใบ้หุ้น รูปแบบต่างๆ ชาวบ้านหมดไปกับ “หวย” แต่ชาวหุ้น “จนลง” ไปกับหุ้นผีบอก หุ้นที่เด็ด หุ้นข่าวลือ หุ้นอินไซด์ และไม่รู้จะแก้ไขยังไงดี

ที่มา: เจ้ามือหวย.net

Categories
หวยหุ้น

แทงหวยหุ้น เล่นอย่างไร “ไม่จน”

คนชอบตั้งคำถามว่า ถ้าจะ แทงหวยหุ้น จะต้องเริ่มต้นอย่างไร และเริ่มแทงอย่างไรถึงรวย

คำถามทำนองนี้ ได้ยินกันบ่อย แต่หาคนตอบยากชะมัด เพราะถ้าจะตอบ ต้องเสียเวลาร่ายยาวกันเป็นชั่วโมงๆ หรือเป็นวันๆ

ความจริงแล้ว การ แทงหวยหุ้น ไม่มีขั้นตอนอะไร สลับซับซ้อน แค่เริ่มหาเจ้ามือ แลเตรียมเงินไว้สำหรับแทง ติดต่อเจ้ามือหวย เจ้าไหนก็ได้ เมื่อเจ้ามือตอบรับการแทง ก็สามารถเริ่มแทงได้ทันที

แต่ความอยู่ที่ จะ แทงหวยหุ้น อย่างไร จึงจะกำไรเยอะๆ หรือแทงอย่างไร จึงไม่ขาดทุน จนหมดเนื้อหมดตัว

คนที่เล่น หวยหุ้น เพราะอยากรวยกับเขาบ้างทั้งนั้น และเข้ามาเล่น เพราะได้ยินว่า คนอื่นเล่นแล้วรวย เมื่อมีเพื่อนฝูงชักชวน จึงเดินตามต้อยๆ ไปเปิดบัญชีทันที

การเล่น หวยหุ้น โดยคิดว่า จะทำให้รวย พิตตั้งแต่แรกคิด เพราะอัตราส่วนนักลงทุนรายย่อยที่รวยจาก หวยหุ้น มีเพียงน้อยนิด เมื่อเทียบกับนักลงทุนรายย่อย ที่ต้องจนลง

สิ่งแรกเริ่มที่คนแทงหวยควรคิด ทันทีที่ริเป็นนักเล่นหวย คือ จะแทงอย่างไร จึงไม่เสี่ยง แทงอย่างไร จึงมีผลตอบแทนการลงทุน ที่คุ้มค่า และ หวยหุ้น จะไม่ทำให้ “จน” ลง

ผู้ที่ประสบความสำเร็จในการแทงหวย จะตระหนักถึงความเสี่ยง เป็นอันดับแรก ส่วนความร่ำรวย ถูกจัดอันดับไว้ท้ายๆ ก่อนจะเริ่ม การแทงหวย อย่างเต็มตัว จึงต้องค้นหาคำตอบกับตัวเองให้ได้ก่อนว่า แทงหวย อย่างไรให้ไม่เสี่ยง เมื่อมีความมั่นใจว่า จะแทงหวยโดยไม่เสี่ยงแล้ว จึงโดดเข้าเล่น อย่าถือว่า มีเงินเสียอย่าง อยากจะแทงเสียอย่าง เพราะจะหมดไม่รู้ตัว การจะเป็นนักแทงหวยที่ดี มีตำรับตำราเขียนไว้มากมาย แต่หลักการพื้นฐาน ที่จะแนะนำกันไว้คือ ต้องศึกษาหา หาแนวทางหวย ทำความเข้าใจ เกี่ยวกับรูปแบบการออกผลเสียก่อน ต้องรู้ถึงขั้นตอนการแทงหวย รู้ว่าเว็บแทงหวยแต่ละเจ้า มีความน่าเชื่อถือหรือไม่ มีอัตราจ่ายที่ดีไหม ยกตัวอย่างเช่น จะแทงหวยฮานอยพิเศษ ก็ต้องรู้ว่าออกผลที่เว็บอะไรเสียก่อน

ถ้าจะรู้ลึก ๆ ลงไปอีก ต้องศึกษาจนถึงขั้น วิเคราะห์แนวโน้มตลาดหุ้นได้ วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน หรือทิศทางของตัวเลขที่จะออก อย่างแตกฉาน แต่นักแทงหวย มักโยนตำราทิ้ง ไม่ยอมศึกษาหาความรู้ ความเข้าใจการแทง หวยหุ้น โดดเข้าแทงหวยหุ้น สวมวิญญาณเป็นนักเก็งกำไร จากการแทงหวยทันที และ แทงหวยหุ้น โดยที่ยังไม่ทันได้รู้ว่า หวยหุ้นนั้นๆ มีโพยออกมาอย่างไร หรือ การออกผล จะดูได้จากไหน การศึกษาทำความเข้าใจกับ

หวยหุ้น จำเป็นต้องใช้เวลา แต่สำหรับคนที่ไม่มีเวลามากพอ ก็สามารถแทงหวยหุ้นได้ แต่ควรต้องแทงทางอ้อม โดยตามโพยที่ได้รับความนิยม และหวยคอยดูว่า โพยเจ้าไหนเข้าบ่อยในช่วงนั้นๆ

การแทงหวยผ่านเว็บแทงหวย มีทั้ง เว็บแทงหวยแบบส่งโพย และ เว็บแทงหวย ที่ใช้การส่งโพย โดยสำหรับผู้ที่ ไม่เข้าใจเรื่องการแทงหวยผ่านเว็บ อาจจะใช้วิธีแทง ผ่านทางเจ้ามือ ที่รับแทงหวยการส่งโพยเสียก่อน ซึ่งเป็นวิธีที่ง่าย ไม่จำเป็นต้องเข้าไปแทงเองในเว็บ เพียงแค่ ส่งโพย และโอนเงิน แล้วก็รอลุ้นได้เลย หากแทงถูก ก็แจ้งขอรับยอดแทง จากเจ้ามือได้เลย